Archive กรกฎาคม 2020

ไอเดียการกินน้ำลำไยเพื่อสุขภาพ 

น้ำลำไยเครื่องดื่มมากประโยชน์ที่นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยคลายร้อนได้อีก เริ่มจากน้ำลำไยมาล้างน้ำให้สะอาดเอาเปลือกออกให้หมดจากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่ลำไยลงไปต้มด้วยไฟปานกลางประมาณ 10 นาที เติมน้ำตาลลงไปตามชอบ ตั้งพักไว้จนอุ่นก็ตักใส่แก้วพร้อมเสริฟได้ทันทีหรือจะเติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดื่มแบบเย็นๆก็ได้เหมือนกัน

  • แมลงภู่หลงสวน เป็นอีกหนึ่งเมนูสุดอาร่อยจากลำไยที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์อย่างครบครันวิธีทำให้นำกะทิและเครื่องพริกแกงเผ็ดใส่ลงไปผัดในกระทะด้วยไฟปานกลาง เมื่อมีกลิ่นหอมให้ใส่หอยแมลงถู่และสัปปะรดหั่นเป็นชิ้นลงไปผัด พอสับปะรดสุกก็ใส่เงาะและลำไย ตามลง ไป จากนั้นก็เติมเกลือและน้ำตาลตามชอบเมื่อแกงได้ที่แล้วก็ใส่ใบโหระพาและก็พริกแกงแดง ปิดไฟพร้อมเสริฟคู่กับข้าวร้อนๆได้ทัน 
  • วุ้นน้ำลำไย อีกหนึ่งเมนูของหวานที่ทั้งอาร่อยและเย็นสดชื่น เหมาะกับการนำมากินเป็นของว่างเพื่อคลายร้อนที่สุดโดยเมนูนี้ก็ทำได้ไม่ยากเช่น เพียงนำลำไยอบแห้งและน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ รอจนกระทั่งน้ำเดือดก็ใส่น้ำตาลตามลงไป จากนั้นให้นำผงวุ้นที่แช่น้ำไว้ลงในหม้อคนจงผงวุ้นละลายปิดไฟแล้วตั้งพักไว้ให้คลายความร้อนลง เมื่อความร้อนลดลงแล้วก็ใส่ลงในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้นำไปแช่ตู้เย็นจนวุ้นแข็งตัวก็นำมากินได้  
  • วุ้นลำไยปีโป้ เป็นเมนูสำหรับหนูเลยก็ว่าได้และก็ทำได้ง่ายเหมาะแก่สำหรับเป็นของหวานกินเล่นสำหรับเด็กๆเริ่มจาการที่เรานั้นแกะลำไยออกจากเมล็ดแล้วก็เอาปีโป้นั้นออกกจากแก้วแล้วคราวนี้เราก็เอไปเข้าไมโครเวฟให้ปีโป้นั้นละลายเป็นเวลา30นาที จากนั้นเราต้องเอาลำไยที่เรานั้นแกะเสร็จแล้วรีบเทปีโป้ที่ละลายเป็นน้ำแล้วใส่กลับเหมือนเดิมเพราะว่าปีโป้นั้นจะกลับมาเป็นตัวเหมือนเดิมดังนั้นเราควรที่จะรีบทำและก็รีบเทจากนั้นเราก็เอาไปแช่เย็นเพื่อที่จะเมนูนี้อาร่อยยิ่งขึ้นเมนูนี้จะช่วยให้หนูๆนั้นชอบและที่หนูๆนั้นไม่ชอบที่จะกินผลไม้นั้นก็กินได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • บัวลอยชาโคใส่ลำไย บัวลอยชาโคใส่ลำไยที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบครันและครบถ้วนแถมยังใช้ส่วนผสมนั้นไม่กี่อย่างโดยที่เมนูก็ทำเหมือนกับบัวลอยตามปกติ แต่ใส่ผงชาโคลงไปผสมกับแป้งตามด้วยบัวลอย จากนั้นก็ปั้นเป็นลูกบัวลอยแล้วก็ต้มจนสุก ขั้นตอนต่อไปให้นำน้ำกะทิที่เตรียมไว้มาใส่หม้อตั้งไฟตามด้วยใส่ลำไย  เกลือ  และน้ำตาล  เมื่อตั้งไฟจนกะทิเริ่มอุ่นก็ตักใส่บัวลอยพร้อมเสริฟได้ทันที

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

อ่อนเพลียหรือขี้เกียจ เราจะรู้ได้อย่างไร

ถ้าคุณมีลักษณะอาการอ่อนแรงเป็นช่วงช่วงหรือมักจะชอบอ่อนล้าเป็นระยะๆกระทั่งเริ่มจะสงสัยตนเองอยู่หน่อยหน่อยแล้วละว่าความอ่อนแรง เมื่อยล้าง่าย ไม่มีซึ่งเรี่ยวแรงอยากจะทำอะไรมันเป็นเพราะว่าเรากำลังขี้เกียจอยู่ หรือว่าตอนนี้เรากำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภายในร่างกายกันแน่ หรือว่าอันที่จริงเรากำลังเป็นโรคอะไรสักอย่างที่เรายังไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับความอ่อนล้าที่เกิดจากความเพลียและความขี้เกียจ ว่าทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอย่างไร

         เราสามารถมีวิธีตรวจสอบร่างกายของเราได้ง่ายง่าย เพียงแค่การสังเกตตัวเองว่าเรารู้สึกเพลีย และเหนื่อยง่ายบ่อยมากน้อยแค่ไหน เช่น เรารู้สึกว่าไม่มีเรี่ยวแรงทุกวันเลยหรือไม่ หรือเป็นแค่บางครั้งพอได้พักผ่อนเพียงพอก็สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม และเราก็ยังสามารถที่จะทำอะไรต่ออะไรได้อยู่เพียงแค่รู้สึกว่ามันเหนื่อยแค่นั้นหรือไม่ และเรายังสามารถมีความสุขอยู่หรือเปล่าในการใช้ชีวิตประจำวันทุกวันนี้ หากว่ายังมีความสุขปกติดี เพียงแต่รู้สึกแค่อ่อนเพลีย นั่นแสดงว่าร่างกายของเรากำลังต้องการ การพักผ่อน เราอาจจะมีการโหมทำงานหนักมากเกินไปแค่นั้นเอง

แต่ถ้าหากบางคนที่มันรู้สึกว่าอ่อนล้า หมดทั้งแรงกายและแรงใจ รู้สึกเพลียไม่มีแรงตลอดระยะเวลา เป็นอย่างงี้มาสักระยะแล้ว อาจจะเกิดมาจากความไม่สบายใจ และบวกกับการไม่สบายกายร่วมกัน จึงทำให้มีความสะสมของความเครียดเอาไว้ในร่างกายเยอะ ทำให้ร่างกายค่อยค่อยแสดงอาการออกมาทีละน้อย ในการที่จะหมดแรงใจแรงกายในการทำอะไร ซึ่งส่วนมากอาการมักจะเริ่มรู้สึก

รู้สึกหดหู่ใจไม่อยากที่จะทำอะไรและมีความ เครียดกระทั่งนอนไม่หลับ จึงทำให้รู้สึกเหมือนว่านอนพักผ่อนไม่เพียงพออยู่เสมอซึ่งบางคนก็สามารถนอนหลับในช่วงกลางคืนได้แต่พอตอนกลางวันก็ยังอยากที่จะนอนต่อไปอีก บางคนมักจะมีอาการไม่อยากอาหารร่วมด้วย แต่บางรายก็มีความรู้สึกอยากกินอะไรอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน

จะว่าไปอาการอ่อนแรงก็น่าห่วงอยู่ไม่น้อย เพราะว่ากระทบกับสุขภาพกายและก็สุขภาพก็เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจเข้าอย่างจัง และปัญหาความอ่อนแรงทั้งกายและใจของคุณนี่เองจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือแม้แต่ความประติสัมพันธ์กับคนรอบตัวของคุณก็จะแย่ลงตามไปด้วย เพราะคุณจะไม่อยากคุยกับใคร และไม่อยากทำอะไรเลย

ซึ่งอาการนี้ถือว่าเริ่มมีอาการร้ายแรงไม่เป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตหากไม่สามารถปรับตัวเองได้ ควรจะไปปรึกษาแพทย์

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง