โรงเรียนเอกชนให้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่ 

             เมื่อวันที่ 22 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2563 ได้มี Facebook ของคุณแม่ท่านหนึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอและลูกในรั้วโรงเรียนเอกชนซึ่งเธอบอกว่าเธอนั้นอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษโดยเธอนั้นส่งรูปของเธอเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังของจังหวัดศรีสะเกษซึ่งโรงเรียนเอกชนดังกล่าวนั้นจึงมีการคิดค่าเทอมค่อนข้างสูงอีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าอาหารแยกต่างหาก

ซึ่งโดยปกติแล้วโรงเรียนเอกชนทุกแห่งก็จะเป็นลักษณะแบบนี้อยู่แล้วแต่ที่ทำให้เธอทนไม่ได้จึงต้องขนาดออกมาแฉโรงเรียนนั่นก็เพราะว่าหลังจากที่เธอต้องจ่ายค่าเทอมที่แพงรวมถึงยังจ่ายค่าอาหารให้ลูกของเธอในราคาที่สูงแล้วเธอกลับพบว่าลูกของเธอนั้นได้กินอาหารไม่เหมาะสมกับราคาที่ต้องเสียไป

เพราะเธอได้ไปเห็นกับตาตนเองว่าเด็กๆในโรงเรียนได้กินมาม่าต้มใส่ไข่  ซึ่งเธอมองว่าอาหารชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับการให้เด็กกิน อย่างมากเพราะไม่มีสารอาหารอะไรเลยอีกทั้งเงินที่เธอเสียค่าอาหารไปก็ค่อนข้างแพงเราจึงมองว่าลูกของเธอและเด็กๆคนอื่นที่เสียเงินค่าอาหารไปควรที่จะได้รับสารอาหารที่มากกว่านี้และได้กินอาหารที่ดีกว่านี้ซึ่งใน Facebook ของเธอยังได้มีการลงรูปถ่ายในขณะที่เด็กๆนั้นกำลังกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปป้อมอีกด้วยโดยในรูปจะเห็นได้ว่าเด็กๆเหล่านั้นเป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลเพียงเท่านั้น

           เมื่อข่าวนี้ได้เผยแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างก็ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการทำงานของโรงเรียนเอกชนดังกล่าวเป็นอย่างมากที่เรียกเก็บเงินเอาไปแพงแล้วเอารัดเอาเปรียบผู้ปกครองด้วยการหาของกินมาให้เด็กนักเรียนในราคาที่ไม่สมเหตุสมผลโดยหลายคนมองว่าถ้าหากอยากจะให้เด็กกินก๋วยเตี๋ยวนั้นก็ควรจะเลี้ยงเป็นแบบก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก

หรือเส้นใหญ่แทนการเลี้ยงแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซึ่งการเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวนั้นเด็กยังได้สารอาหารจากหมูและผักมากกว่าการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้มกับไข่อีกด้วยอย่างไรก็ตามหลายคนได้ออกมาเรียกร้องให้หญิงสาวนั้นส่งข้อความเหล่านั้นไปที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะได้มีการออกมาตรการลงโทษโรงเรียนเอกชน

ดังกล่าวไม่ให้โรงเรียนเอกชนอื่นๆหรือโรงเรียนรัฐบาลอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไปเนื่องจากปัญหาอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนไม่ได้มาตรฐานนั้นค่อนข้างมีการเผยแพร่ออกมาหลายโรงเรียนด้วยกันดังนั้นเพื่อป้องกันเด็กนักเรียนได้รับอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานจึงควรให้ทางกระทรวงศึกษาธิการลงมาตรวจสอบและมีบทลงโทษอย่างไรแรงให้กับโรงเรียนที่มีการทำเช่นนี้โรงเรียนอื่นๆจะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป

 

สนับสนุนโดย  หวยจับยี่กี