สังเกตตนเองกับอาการเบาหวาน และความเข้าใจที่ผิด

อาการเบาหวาน ธรรมดาแล้วเบาหวานมักไม่มีการแสดงอาการออกมาให้รับทราบ แต่ว่าผู้เจ็บป่วยสามารถพินิจอาการได้จากภาวการณ์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดยมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้

– ปัสสาวะหลายครั้งผิดจากปกติที่เราเคยเป็น กระหายน้ำมากยิ่งขึ้น ถ้าเกิดเริ่มมีลักษณะอาการปัสสาวะหลายครั้งขึ้นมาแล้วก็อยากกินน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลานอนจะหิวน้ำมากยิ่งกว่าเดิม นี่เป็นสัญญาณของเบาหวาน เนื่องจากร่างกายอยากขับน้ำตาลออกจากร่างกาย 

– น้ำหนักลด น้ำหนักที่ลดลงแบบแปลก ๆ ไม่ปกติ บางทีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางจำพวกก็ได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นโรคเบาหวานจะมีน้ำตาลในเลือดสูง จะก่อให้น้ำหนักตัวต่ำลงเร็วมาก โดยประมาณ 5-10 กิโล ในช่วงระหว่าง 2-3 เดือน

– รอยแผลหายช้า ถ้ามีแผลที่รอบ ๆ ผิวหนัง ยกตัวอย่างเช่น มีดบาด การได้รับเชื้อ หรือรอยช้ำ และก็แผลหายช้ากว่าปกติ อาจจะเป็นสัญญาณแสดงให้รู้ตัวดีว่า คุณอาจเป็นโรคบางอย่าง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน เพราะเหตุว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงของผู้ป่วยโรคเบาหวานจะไปสกัดกั้นรูปแบบการทำงานของเส้นโลหิต

– หิวหลายครั้ง หิวถี่ ๆ รับประทานจุบจิบ หากหิวหลายครั้งและก็รับประทานจุบจิบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ คุณอาจเป็นโรคเบาหวาน เพราะเหตุว่าเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จะมีผลให้ร่างกายอยากทานนั่นนี่เยอะขึ้น เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ก็เลยส่งสัญญาณเป็นความหิวดังที่เป็นอยู่

– อ่อนล้า อารมณ์ไม่คงเดิม อาการอ่อนล้าแล้วก็อารมณ์โกรธเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่กับผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน เมื่อไหร่ก็ตามที่น้ำตาลในเลือดสูงจะมีผลต่อการทำงานทุกระบบ รวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ด้วย

เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวาน

– เข้าใจว่า หากในเครือญาติไม่มีผู้ใดเป็นโรคเบาหวาน ทำให้ตัวพวกเราเองไม่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน

เรื่องจริงแล้ว สาเหตุทางพันธุกรรมเป็นเพียงแค่บางสิ่งในปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานจำพวกที่ 2 ถึงแม้คนในครอบครัวไม่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน แต่ว่าพวกเราก็สามารถป่วยด้วยโรคนี้ได้เช่นกัน ถ้าเกิดใช้ชีวิตประจำวันและมีการกระทำไม่เหมาะสม

– เข้าใจว่า ถ้าเกิดเป็นโรคเบาหวานจนกระทั่งจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน = อาการหนักมาก

ความเป็นจริง การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน มีเป้าหมายควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย เพื่อคุ้มครองปกป้องไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ในกรณีที่ควบคุมการรับประทานอาหาร บริหารร่างกาย ใช้ยารับประทานแล้ว ระดับน้ำตาลยังไม่ปกติ ก็เลยจำเป็นจะต้องใช้ยาฉีดอินซูลินร่วมด้วย

– เข้าใจว่า เป็นโรคเบาหวานจะต้องรักษาด้วยการใช้อินซูลินเท่านั้น

ความเป็นจริง อาการเบาหวาน และการดูแลและรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถทำได้ด้วย การกินอาหารที่เป็นประโยชน์ไม่แสลงต่อโรค การบริหารร่างกาย แล้วก็กินยาร่วมด้วย แม้กระนั้นระดับน้ำตาลยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จึงมีการใช้อินซูลินร่วมด้วย ส่วนโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 ไม่อาจจะผลิตอินซูลินได้ ก็เลยจำเป็นต้องรักษาโดยการให้อินซูลินเป็นหลัก

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวยออนไลน์ยังไง

โดนนอกใจ ควรจะไปต่อ หรือพอแค่นี้

ในชีวิตคนเรานั้นต่างคนต่างก็มีเรื่องเจ็บปวดมากมายหลายอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น คนเราทุกคนไม่สามารถแบกรับเรื่องเจ็บปวดได้เหมือนกัน บางคนอาจจะรู้สึกว่าการผิดหวังจากเรื่องงานเป็นเรื่องที่เจ็บปวด หรือบางคนอาจจะเป็นเรื่องเงิน แต่บางคนอาจจะเป็นเรื่องของความรัก ซึ่งถ้าเป็นเรื่องของความรักแล้วนั้น คงไม่มีอะไรเจ็บปวดไปเท่ากับการถูกนอกใจ

เพราะการถูกนอกใจนั้น มันเป็นการทำลายความสัมพันธ์ของคู่รักที่ร้ายแรงที่สุด เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพ และไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน จนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของความรัก ซึ่งหลายๆคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้มักจะมีอยู่สองทางเลือกคือ ยุติความสัมพันธ์โดยทันที

เพราะเชื่อว่ามีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง หรือบางคนอาจจะต้องเดินหน้ารักษาความสัมพันธ์ต่อไปด้วยเหตุผลเรื่องของความรัก หรือแม้แต่หน้าตาของสังคม แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ไม่มีใครผิดหรือไม่มีใครถูก เพราะไม่มีใครมามีสิทธิ์ตัดสินความรักของเราได้นอกจากตัวเราเอง

ซึ่งคำถามที่มักจะเกิดขึ้นกับหลายๆคนที่เจอเหตุการณ์นอกใจนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามว่า จะคบกันไปต่อดีไหม แล้วถ้าคบต่อแล้วจะทำยังไงดี เพราะหลายๆคนที่เคยเจอเรื่องแบบนี้จะเข้าใจได้ทันทีว่า คำตอบนี้ไม่ใช่คำตอบที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆ เพราะการที่จะเดินต่อหลังจากมีเรื่องราวที่นอกใจแล้วนั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผู้ถูกนอกใจต้องทำอยู่ฝ่ายเดียว

  เพราะเมื่อเราให้อภัยแล้วนั้น เค้าก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับผิดและปรับปรุงตัวด้วย ดังนั้นคนที่ถูกนอกใจไม่จำเป็นต้องรีบตอบหรือด่วนตัดสินใจ ควรจะใช้เวลาในการไตร่ตรองให้เต็มที่กับความสัมพันธ์ที่จะเดินหน้าต่อ ลองถามตัวเองลึกๆว่า ความรักที่มีให้เค้านั้นมันเพียงพอต่อการให้อภัยคนๆนี้ได้หรือไม่

เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความสัมพันธ์หลังจากนี้ที่จะเดินคู่ขนานกับความไม่เชื่อใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเค้าอย่างจริงจังว่าที่ผ่านมานั้นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเค้าพอจะหักกลบลบหนี้ความนอกใจที่เค้ามีให้ต่อคุณได้หรือไม่ ดังนั้นคุณควรจะตัดสินใจให้ดี ถึงแม้จะเสียใจแค่ไหน

แต่ตัวคุณต้องหาสาเหตุของการนอกใจของเค้าให้ได้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร ความห่างเหิน หรือการไม่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน หรือมันเกิดจากสันดานของเค้าเองที่ไม่รู้จักพอ ดังนั้นถ้าเมื่อคุณตัดสินใจดีแล้ว ไม่ผิดนะที่จะให้อภัยเค้า และก็ไม่แปลกที่จะจบความสัมพันธ์ลงที่ตอนนี้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง